วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สาระกฎหมายไทย เรื่อง การดำเนินคดีอาญา ในศาลชั้นต้น

การดำเนินคดีอาญา ในศาลชั้นต้น

         การดำเนินคดีอาญา ซึ่งคดีอาญามาสู่ศาลได้ ๒ ทาง คือ ทางพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องและทางผู้เสียหาเป็นโจทก์ฟ้องเอง ตามมาตรา ๒๘ (ป.วิ.อาญา) คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง จะมีการสอบสวนในความผิดกันก่อน บางเรื่องก่อนฟ้องได้มีการยื่น คำร้องขอฝากขัง หรือขอผัดฟ้อง ฝากขังระหว่างสอบสวนต่อมาเมื่อมีการฟ้องคดีนั้นแล้ว จะนำสำนวนที่ฝากขังหรือของผัดฟ้องฝากขังมารวมกับสำนวนที่ฟ้อง
             การฟ้องคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ต้องมีตัวจำเลยมา ส่งศาลพร้อมฟ้องเจ้าหน้าที่รับชอบฟ้องจะตรวจความถูกต้อง ลงเลขคดีดำมอบตัวจำเลยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือราชทัณฑ์นำตัวไปควบคุมแล้วเสนอศาล ศาลจะตรวจสั่ง ประทับฟ้องและสอบคำให้การจำเลย ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพและเป็นคดีที่ไม่ต้องสืบพยานโจทก์ประกอบ ศาลจะพิพากษาคดีนั้นไปเลย หรือสั่งพนักงานคุมประพฤติสืบเสาะ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ เรื่องนั้นเพื่อประกอบดุจพินิจในคำพิพากษาก็ได้ ถ้าเป็นคดีที่กฎหมายกำหนดให้สืบพยานโจทก์ประกอบ ก่อนศาลจะนัดสืบพยานโจทก์ ถ้าเป็น กรณีฟ้องไม่ถูกต้องศาลจะสั่งให้โจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้อง ยกฟ้อง หรือไม่ประทับฟ้อง คดีที่จำเลยให้การปฎิเสธ ซึ่งศาลจัดสืบพยานโจทก์ไว้ นำมาลงบัญชีนัดความประจำ ออกหมายขัง ระหว่างพิจารณา เว้นแต่ จำเลยจะมีประกันตัวแล้วส่งงานเก็บสำนวนพนักงานอัยการโจทก์ จะมายื่นบัญชีระบุพยาน แล้วยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกพยานบุคคล เอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ เพื่อนำเข้าสืบพยาน ในวันนัดเช่นกัน ในวันนัดสืบพยานโจทก์ หรือจำเลยเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์จะรวบรวมสำนวน เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ เสนอศาล ถ้าจำเลยถูกขังอยู่จะเบิกจำเลยมาศาล เรียกคู่ความและพยานเข้าห้องพิจารณา นำพยานสาบานตน แล้วศาลจะทำการสืบพยาน เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะรวบรวม พยานเอกสารและหลักฐานเข้าสำนวน หรือเรียกเก็บตามคำสั่งศาล เมื่อสืบพยานทุกฝ่ายเสร็จ ศาลจะนัดฟังคำพิพากษา โดยให้โอกาสคู่ความแถลงปิดคดี และเมื่อศาลพิพากษา แล้วนำคดีมาลงเลขคดีแดงและลงสารบบคำพิพากษา ถ้าศาลพิพากษายกฟ้องให้งานหมายปล่อยตัวจำเลยเว้นแต่จำเลย จะได้ประกันตัวไว้แล้วถ้าศาลพิพากษาให้ลงโทษกักขังหรือจำคุก หรือจำคุกและกักขัง ก็ให้ออกหมายกักขังหรือจำคุกหรือจำคุกและกักขัง จำเลยระหว่างอุทธรณ์ฎีกา ถ้าศาลพิพากษา ปรับให้งานการเงิน รับเงินค่าปรับ ถ้าจำเลยไม่มีเงินชำระค่าปรับให้ออกหมายกักขังเแทนค่าปรับ เว้นแต่จำเลย จะมีประกันตัว เพื่ออุทธรณ์ฎีกา หรือ ขอผัดชำระค่าปรับ คดีที่ศาลพิพากษาแล้วอาจมีการอุทธรณ์ หรือฎีกาต่อไปได้ เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะคำพิพากษาศาลชั้นต้น หรือศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกาถ้าจำเลยต้องโทษกักขังจำคุก หรือจำคุกและกักขัง อยู่ในระหว่างอุทธรณ์ฎีกา ก็ให้ออกหมาย กักขัง เมื่อคดีถึงที่สุดหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด หรือหมายจำคุกและกักขังเมื่อคดีถึงที่สุด ถ้าผลคำพิพากษาศาลสูงเปลี่ยนแปลงไป ประการใดก็ให้ออกหมายตามผล ของคำพิพากษานั้น และถ้าจำเลยต้องโทษประหารชีวิต ก็ให้ออกหมายแจ้งโทษ เมื่อตัดสินแล้ว (เพื่อรอการประหารชีวิต) แล้วจะส่งสำนวนความพร้อม เอกสาร และสำนวน คำพิพากษาชั้นถึงที่สุด ๖ ชุด ไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อดำเนินการต่อไป
 
             คดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้อง ศาลนัดไต่ส่วนมูลฟ้อง ออกหมายนัดแจ้ง วันนัดให้จำเลยทราบ เมื่อศาลไต่สวนแล้วถ้าคดีไม่มีมูล ศาลจะพิพากษายกฟ้อง แต่ถ้าคดีมีมูลศาลจะสั่งประทับฟ้อง นัดให้จำเลยยื่นคำให้การ แก้คดีนัดสืบพยานโจทก์เมื่อจำเลยมาศาลในวันนัดให้ควบคุมตัวจำเลยไว้ และออกหมายขังระหว่างพิจารณา เว้นแต่ศาลอนุญาต ให้มีการประกันตัวไปแต่ถ้าจำเลยไม่มาศาลตามนัด ศาลสั่ง ออกหมายจับจำเลยลงสารบบคำพิพากษา ออกหมายเลขคดี เมื่อจับตัวจำเลยมาได้แล้วออกหมายขังระหว่างพิจารณา เว้นแต่ศาลอนุญาตให้มีการประกันตัวไปยกคดีขึ้น พิจารณาต่อไป และดำเนินขบวนการพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลย ตัดสินคดี และปฎิบัติ เช่นเดียวกับคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง
     ส่วนคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องให้เรียกค่าธรรมเนียมในส่วนแพ่ง เช่นเดียวกับคดีแพ่งในส่วนอาญา คงปฏิบัติเช่นเดียวกับคดีอาญา ซึ่งได้อธิบายไว้ในครั้งที่แล้ว ในเรื่อง การดำเนินคดีแพ่งในศาลชั้นต้น ซึ่งได้อธิบายพอสังเขปครับ 

     ส่วนรายละเอียดของเรื่อง ผมแนะนำว่าต้องปรึกษาทนายอาชีพ ประกอบกับข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไป

                                      
                                                   ด้วยความห่วงใย 
                                            จาก ทนายชาวบ้าน.ฝึกหัด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น